แสนสิริ จับมือ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดห้องเรียนผู้รับเหมา ยกระดับการจ้างงานเป็นธรรม

มุ่งแก้ปัญหาช่องว่างสิทธิแรงงานข้ามชาติ ผ่านโครงการ SAFER Work หวังสร้าง "นายจ้างสีขาว" และผลักดันความยั่งยืนในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ในอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย แรงงานข้ามชาติเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยให้งานก่อสร้างเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยังมีช่องว่างด้านความเข้าใจเรื่องสิทธิแรงงาน การจ้างงานที่เป็นธรรม และขั้นตอนทางกฎหมายที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างพลาดประโยชน์ที่ควรได้รับร่วมกัน

นั่นคือจุดเริ่มต้นของโครงการ “SAFER Work: เสริมสร้างความรับผิดชอบในการจ้างงานและสรรหาแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสหภาพยุโรป (EU) โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้รับเหมาในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อยกระดับการจ้างงานที่มีคุณค่าและการสรรหาแรงงานอย่างเป็นธรรม

จุดมุ่งหมายที่มากกว่าการอบรม เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การให้ความรู้ในห้องประชุม แต่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจเรื่องงานที่มีคุณค่า (Decent Work) และการสรรหาแรงงานอย่างเป็นธรรม (Fair Recruitment) ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการแรงงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล และสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) ของภาคธุรกิจก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม

กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง ซึ่งเป็นด่านหน้าที่ใกล้ชิดกับแรงงานมากที่สุด แต่หลายครั้งอาจยังเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ไม่ทั่วถึงและครบถ้วน

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับแนวหน้าที่นำองค์ความรู้จากหลากหลายมิติมาถ่ายทอด เริ่มจาก Ms. Sophia Kagan หัวหน้าที่ปรึกษาทางเทคนิคจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิดประเด็นด้วยการอธิบายว่า ‘Decent Work’ หรืองานที่มีคุณค่า ไม่ได้หมายถึงแค่การมีงานทำ แต่ครอบคลุมถึงความมั่นคง ความปลอดภัย รายได้ที่เป็นธรรม การคุ้มครองทางสังคม และสิทธิในการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง ขณะที่ ‘Fair Recruitment’ หรือการสรรหาแรงงานอย่างเป็นธรรม คือกระบวนการจ้างงานที่โปร่งใส ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากแรงงาน และเคารพสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ต้น Ms. Sophia เน้นย้ำและกลายเป็นประโยคที่ผู้เข้าร่วมจดจำ คือการที่โลกทุกวันนี้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานแรงงานมากขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทที่ไม่ปรับตัวจะเสียโอกาสทั้งในด้านการลงทุนและความน่าเชื่อถือ

ด้านคุณนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นำเสนอแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP) ระยะที่ 2 พ.ศ. 2566–2570 ซึ่งกำหนดให้ภาคธุรกิจต้องดำเนินงานโดยเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่แค่ในส่วนที่บริษัทดูแลโดยตรง แต่รวมถึงผู้รับเหมาทุกระดับ

และในช่วงสุดท้าย คุณอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group: MWG) และ คุณนิลุบล พงษ์พยอม ผู้แทนนายจ้างสีขาว ได้นำประสบการณ์จริงจากภาคสนามมาแลกเปลี่ยน ทั้งแนวทางปฏิบัติที่ดีในการสรรหาและบริหารแรงงานข้ามชาติ รวมถึงการแนะนำให้รู้จักโครงการ ‘นายจ้างสีขาว’ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขอคำปรึกษาและดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ภาพที่ชัดเจนที่สุดของความจำเป็นในการอบรมครั้งนี้ คือเรื่องราวจากผู้รับเหมาที่เข้าร่วมด้วยตัวเอง คุณเอ๋ จรัชต์ธร จากบริษัทบ้านจงสิริ เทรดเดอร์ ดูแลแรงงานข้ามชาติประมาณ 20 คน เล่าถึงปัญหาที่เผชิญอยู่ทุกวันว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวแรงงาน แต่อยู่ที่ระบบ “สมัยก่อนเดินเรื่องเองได้เลย แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นระบบ e-Work Permit ซึ่งยังไม่เสถียร โทรไปถามก็ถูกส่งต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีใครสอนวิธีทำจริงจัง”

ผลลัพธ์คือต้องจ้างผู้ให้บริการมาดำเนินการแทน ในราคาหลายพันบาทต่อคน เพียงแค่การแจ้งย้ายเข้า-ย้ายออกเท่านั้น ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น “อย่าง 5 คนก็เป็นหมื่นแล้ว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรต้องเสียเลย ถ้าระบบใช้งานได้และมีคนช่วยแนะนำ” โดยในวันนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนถึงประเด็นการใช้งานของระบบจากหลายภาคส่วน นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่คุณเอ๋ได้จากการอบรมยังครอบคลุมถึงความรู้เรื่องเอกสาร ความมั่นใจในสิทธิของตัวเอง “ได้รู้ว่าเรามีสิทธิขอดูบัตรหรือเอกสารของคนที่เข้ามาตรวจได้ แค่ต้องพูดดี ๆ และทำตามขั้นตอน ทำให้รู้ขอบเขตและสิทธิของตัวเองมากขึ้น” และสิ่งที่อยากให้เพิ่มในครั้งต่อไปคือความรู้เรื่องเอกสารแรงงานแบบครบวงจร เพราะ “ถ้าเอกสารถูกต้องตั้งแต่แรก ทุกอย่างก็ไม่ค่อยมีปัญหา” คุณเอ๋กล่าว

ด้าน คุณจักร จักรินทร์ ผู้จัดการโครงการจากบริษัทมิสเตอร์ไฟฟ้าใต้ดิน สะท้อนภาพที่ใหญ่กว่านั้น บริษัทของเขาทำงานในพื้นที่อันตราย และแรงงานใหม่มักยังเข้าสู่ระบบประกันต่าง ๆ ไม่ได้ทันที ซึ่งนั่นคือความเสี่ยงที่ยังไม่มีใครช่วยแก้ “ที่ผ่านมา หากมีการตรวจแรงงานที่ไซต์งานเป็นร้อยคนทุกเดือน เราต้องช่วยเหลือตัวเองทั้งหมด ไม่มีพี่เลี้ยงคอยให้ข้อมูลหรือแนวทางเลย” แต่วันนี้เปลี่ยนไป “วันนี้อย่างน้อยทีมงานผมได้คอนแทค ได้เครือข่าย และรู้ว่ามีคนที่สามารถให้คำปรึกษาได้จริง”

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้มีความหมายพิเศษ คือบทบาทของแสนสิริในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่เลือกจะ ‘มองลึก’ ลงไปในห่วงโซ่อุปทาน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูแลพนักงานของตัวเอง

ความร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ภายใต้โครงการ SAFER Work สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทแสนสิริเข้าใจถึงความยั่งยืนที่แท้จริงต้องเริ่มจากแรงงานผู้มีบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง คุณจักร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “งานจะมีคุณภาพได้ก็เพราะแรงงานเป็นหัวใจสำคัญ อบรมแบบนี้จำเป็นและมีคุณค่ามากครับ”

ส่วนคุณเอ๋ ฝากความรู้สึกส่งท้ายว่า “ขอบคุณมากค่ะ ได้ความรู้จริง ๆ โดยเฉพาะนายจ้างสีขาวที่พี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีคนคอยช่วยนายจ้างและแรงงานแบบนี้ อบรมครั้งนี้มีคุณค่ามาก สละเวลามาแล้วได้ความรู้กลับไปจริง ๆ”

โครงการ SAFER Work คือภาพสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้ บริษัทแสนสิริพิสูจน์ให้เห็นว่าองค์กรชั้นนำไม่เพียงสร้างบ้าน แต่ยังสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างนั้น ขณะที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยืนหยัดในพันธกิจหลักคือการปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้เปราะบาง เพราะโลกที่ดีขึ้นต้องเริ่มจากการที่ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างมีคุณค่าเท่าเทียมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Child Rights Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน พัฒนาสถานศึกษา ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

สบายดีบ๋อ ไปโตยกั๋นก่อ ไปแอ๋วหาละอ่อนเมืองปาน 

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ชวนผู้ใหญ่ใจดี เดินทางไปเยี่ยมชมการทำงาน เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนแบบใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและสิ่งจำเป็นให้กับเด็กๆ จ.ลำปาง
อ่านต่อ »

เอชเอสบีซี จับมือ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ฟื้นฟูโรงเรียนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคเหนือ

โครงการปรับปรุงอาคารเรียน สนับสนุนระบบน้ำถังเก็บน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาด ให้เด็ก ๆ และชุมชนกลับมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมอีกครั้ง
อ่านต่อ »
0