มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นำร่อง “โครงการนำร่องระบบการจัดการขยะและการติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี” ในพื้นที่ตำบลป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ชูแนวคิด “Zero Waste – Zero Landfill” แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากควันไฟการเผาขยะ เผยผลสำเร็จการสนับสนุนเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษใน 7 หมู่บ้าน/สถานศึกษา และการสนับสนุนสถานศึกษาจัดการขยะผ่านกิจกรรมเยาวชนในโรงเรียน พร้อมต่อยอดสู่ระบบติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล มุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนในเขตอุทยานแห่งชาติ ผ่านการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนครอบครัวและชุมชนให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จากเสียงสะท้อนของชุมชนเรื่องผลกระทบของควันไฟจากการเผาขยะแบบเปิดที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็กนักเรียน คุณวิไลวรรณ จอกนิ้ว ผู้จัดการโครงการพัฒนาฯ เพชรบุรี ราชบุรี มูลนิธิศุภนิมิตฯ เผยว่ามูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เข้าสนับสนุนเตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษที่ได้รับอนุสิทธิบัตรและรับรองโดยสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้รับการจดอนุสิทธิบัตรโดย นายโกศล แสงทอง และ ศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายร่วมใจตามรอยพ่อ อบต.ป่าเด็ง เพื่อเปลี่ยนการกำจัดขยะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันดำเนินการแล้ว 5 แห่งทั่วพื้นที่ อบต.ป่าเด็ง
“เราไม่ได้มองแค่การกำจัดขยะ แต่เรามองไปที่ลมหายใจของเด็กๆ ในป่าเด็ง การที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ สนับสนุนเตาเผาชีวมวลลดมลพิษถึง 7 จุด คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้ควันไฟจากการเผาแบบเปิดมาทำลายสุขภาวะของเยาวชนและสิ่งแวดล้อมในเขตอุทยานแห่งชาติอีกต่อไป แต่เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืน เรายังได้ดำเนินงานรณรงค์สร้างความตระหนักเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องการจัดการขยะในสถานศึกษา และในชุมชนด้วย”
จากจุดเริ่มต้นที่การสนับสนุนเตาเผาขยะ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ต่อยอดสู่การดำเนินงาน “โครงการนำร่องระบบการจัดการขยะและการติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี – Zero Waste – Zero Landfill” ในการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะในด้านการจัดการขยะและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการดำเนินงานโครงการต่างๆ ที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและเยาวชน
ความท้าทายหลักของการจัดการขยะที่ อบต.ป่าเด็ง คือ เป็นเขตพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นพื้นที่คุ้มครองการจัดการทรัพยากรภายใต้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ห้ามตั้งบ่อขยะ/หลุมฝังกลบในพื้นที่อุทยาน ห้ามเผาขยะ เพราะเข้าข่ายก่อมลพิษและเสี่ยงไฟป่า และห้ามขนขยะไปทิ้งในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ขณะเดียวกันจากการเก็บข้อมูลปริมาณขยะเฉพาะในเขต อบต.ป่าเด็ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 – กรกฎาคม 2568 มีปริมาณขยะโดยเฉลี่ยประมาณ 2 ตันต่อวัน หรือประมาณ 60 ตันต่อวันในพื้นที่ที่ห้ามมีบ่อขยะ และมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ทาง อบต.ป่าเด็ง จะมีระบบการจัดการขยะโดยใช้เตาเผาขยะชีวมวลลดมลพิษ แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับการจัดการขยะที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนในพื้นที่นอกเขตเมืองซึ่งมีประมาณ 2,800 ครัวเรือน การจัดการขยะของครัวเรือนนอกเขตเมืองยังคงดำเนินการด้วยการเผาแบบระบบเปิด ซึ่งแน่นอนว่าในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“ในการดำเนินงานโครงการนำร่องฯ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เราจึงมุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนตั้งแต่เด็ก ครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา และหน่วยงานรัฐในพื้นที่ในการจัดการขยะต้นทางเพื่อลดความซับซ้อนในการจัดการขยะปลายทาง (การกำจัด) โดยร่วมมือกับบริษัท Jak Reward Technology จำกัด (ภายใต้การบริการที่ชื่อว่า Khaya) ในการดำเนินงาน” คุณธัญทิพย์ ชาติสวัสดิ์ Climate Change Coordinator มูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าว
และในการทำเวทีประชาคมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ จัดขึ้นที่ อบต.ป่าเด็ง เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลายภาคส่วนทั้งผู้นำชุมชน ตัวแทนสถานศึกษา รวมถึงตัวแทนจาก อบต.ป่าเด็ง ได้ร่วมแบ่งปันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการจัดการขยะภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ
ระดับครัวเรือน : ครัวเรือนเริ่มตระหนักถึงการลดการเผาแบบระบบเปิดและหันมาคัดแยกขยะ แยกขยะที่สามารถนำไปใช้ซ้ำ เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว เพื่อขาย แยกขยะเศษอาหารนำไปทำก๊าซชีวมวลหรือทำปุ๋ย ขยะอันตรายแยกกำจัดต่างหาก ลดจำนวนขยะที่จะต้องเผาให้เหลือปริมาณน้อยที่สุด โดยในชุมชนจะมีเตาเผาชีวมวลลดมลพิษที่ผู้นำชุมชนบริหารจัดการ
สถานศึกษา : กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเยาวชน สนับสนุนการคัดแยกขยะต้นทางผ่านกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน และมีความต่อเนื่องของการดำเนินงานกิจกรรม “ธนาคารขยะ” ในสถานศึกษา สนับสนุนให้นักเรียนทิ้งขยะอย่างถูกต้อง และนำขยะที่สามารถใช้ซ้ำมาเปลี่ยนเป็น ขยะแลกแต้ม เปลี่ยนเป็นเงินสะสม หรือของรางวัล
ชุมชน-อบต. : ออกแบบระบบการจัดการขยะในเขตชุมชนเมืองเพื่อสนับสนุนการคัดแยกขยะ และการลดปริมาณขยะต้นทาง สร้างความตระหนักและขับเคลื่อนสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของชุมชน มุ่งเน้นให้คัดแยกขยะก่อนทิ้ง รณรงค์ลดใช้พลาสติก ปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดเก็บและจัดการขยะของ อบต. และพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลเพื่อให้การบริหารจัดการขยะสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบบนฐานข้อมูล
นอกจากบทสรุปความเปลี่ยนแปลงที่แต่ละภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนกันในการทำเวทีประชาคมแล้ว ยังเกิดเป็นข้อสรุปในการทำให้โครงการนำร่องฯ นี้บรรลุผลเป็นความยั่งยืนในการจัดการขยะโดยชุมชนมีส่วนร่วม ที่ประชุมยังได้ร่วมยืนยันภารกิจที่จะต้องเร่งดำเนินการให้มากยิ่งขึ้น ในการจัดการขยะต้นทางเพื่อลดความซับซ้อนในการจัดการขยะปลายทาง (การกำจัด) รวมถึงมูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยความร่วมมือกับ Jak Reward Technology จะมีการนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้งานเพื่อยกระดับการจัดการข้อมูลขยะไปสู่ระบบดิจิทัลที่สามารถวิเคราะห์และขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังจะเป็นการติดตามข้อมูลด้านการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการรวบรวมข้อมูลและบันทึกผลจากกิจกรรมต่างๆ ด้านการจัดการขยะในชุมชน โดยจะดำเนินการนำร่องใน 3 พื้นที่เป้าหมาย คือ อบต.ป่าเด็ง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก และ โรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง
“การนำแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลขยะตั้งแต่ต้นทาง คือการเปลี่ยนจาก ‘การเดา’ มาเป็น ‘การใช้ข้อมูล’ เพื่อลดความซับซ้อนในการกำจัดขยะปลายทาง เราไม่ได้แค่เก็บขยะไปทิ้ง แต่เรากำลังสร้างระบบที่ติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้จริง เพื่อให้ป่าเด็งเป็นต้นแบบ Zero Waste ที่โปร่งใสและตรวจสอบผลลัพธ์ได้ในระดับสากล อันจะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการมอบของขวัญแห่งอนาคต เพื่อสร้างความอยู่ดีมีสุขและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เด็กๆ อย่างยั่งยืน” คุณธัญทิพย์ กล่าวสรุป


