ในชุมชนเมืองปาน อำเภอเล็ก ๆ ของจังหวัดลำปาง ‘ใบหยก’ หรือ นางสาวทักษิณา เด็กหญิงวัย 17 ปี (เสื้อสีน้ำเงิน) เธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น แม้ฐานะจะไม่มั่นคงนัก ด้วยคุณพ่อเคยประสบอุบัติเหตุทำงานไม่ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง คุณแม่จึงรับหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้าน แต่กระนั้นบ้านหลังนี้ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและกำลังใจ
สิ่งหนึ่งที่ใบหยกจำได้เพราะเป็นเหมือนสายลมใต้ปีกที่คอยพยุงเธอในวันที่ยากลำบาก คือ ทุนการศึกษาจาก โครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย สิ่งนี้เป็นความช่วยเหลือที่ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในวันที่ยากลำบาก ผ่านการสนับสนุนชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ไปจนถึงผ้าห่มในหน้าหนาว และนี่คือสิ่งที่ทำให้เธอ “ไม่เคยหยุดฝัน”
“โอกาสที่ศุภนิมิตให้ หนูไม่เคยมองว่าเป็นแค่การช่วยเหลือค่ะ มันคือแรงผลักดันให้หนูอยากทำสิ่งดี ๆ กลับคืน” ใบหยก
จุดเริ่มต้นจากขยะชิ้นเล็ก ๆ
จากเด็กที่เคยเป็น ‘ผู้รับ’ เธอค่อย ๆ เติบโตเป็น ‘ผู้ให้’ โดยไม่รู้ตัว
ทุกเที่ยงวัน โรงเรียนจะเต็มไปด้วยเศษซองขนม ขวดน้ำ และขยะกระจัดกระจายหลังจากสุนัขคุ้ยถังขยะ สิ่งนี้รบกวนตาของใครหลายคนรวมถึงใบหยกด้วย
วันหนึ่งเธอหันไปถามเพื่อนในกรรมการสภานักเรียนว่า “ถ้าโรงเรียนสะอาดขึ้น มันคงดีใช่ไหม?”
เพื่อน ๆ พยักหน้า และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (การจัดการขยะ)’ ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิศุภนิมิตฯ
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดำเนินพันธกิจด้านการพัฒนาเยาวชนผ่านการเสริมสร้างศักยภาพ และความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสนับสนุนทักษะชีวิตที่จำเป็น ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเยาวชนและสภาเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งพัฒนาให้พวกเขาได้รับการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่บทบาทผู้นำที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ โดยสนับสนุนให้พวกเขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำชุมชน และร่วมอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความอยู่ดีมีสุขของเด็กในพื้นที่ เพื่อให้เสียงของเยาวชนได้รับการรับฟัง และสะท้อนกลับสู่การพัฒนาชุมชนที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กอย่างแท้จริง
ใบหยกกล่าวต่อว่า “มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาสนับสนุนพวกเราในหลายด้านค่ะ ทั้งการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินกิจกรรม อาทิ การอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อม การผลิตสื่อเพื่อรณรงค์และให้ความรู้ ให้เพื่อน ๆ นักเรียนและชุมชน การมอบถังขยะแบบคัดแยกขยะให้ทั้งโรงเรียนและชุมชน ทั้งยังสร้างเวทีเพื่อเปิดพื้นที่ให้พวกหนูและเพื่อน ๆ ได้นำเสนอมแนวคิดของตัวเอง กับผู้นำชุมชน”
ปัจจุบันการดำเนินโครงการ ‘เยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (การจัดการขยะ)’ กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโรงเรียน เด็ก ๆ นักเรียนเริ่มทิ้งขยะถูกที่ เริ่มเก็บขยะที่ไม่ใช่ของตัวเอง เริ่มแยกขวด ฝา ฉลากออกจากกันเพื่อนำไปขายให้กับ ‘ธนาคารขยะ’ ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการฯ
ใบหยกเห็นภาพนั้นแล้วหัวใจเต้นแรง “วันที่เห็นน้อง ๆ เดินไปเก็บขยะโดยไม่ต้องมีใครบอก หนูรู้สึกเลยว่า คำพูดเล็ก ๆ ของเด็กคนนึง มันเปลี่ยนโรงเรียนได้จริง ๆ”
เมื่อความคิดของเด็ก…ขยายไปถึงชุมชน
ปัญหาขยะโรงเรียนยังไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหาในหมู่บ้านโดยเฉพาะ ‘การเผาขยะ’ เป็นเรื่องยากกว่ามาก
เด็ก ๆ ตัดสินใจเดินไปหาผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชวนคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยภาษาง่ายที่สุด ซึ่งหลายคนคิดว่าเด็กแค่พูดเล่น แต่ใบหยกกลับลุกขึ้นและกล่าวว่า
“ถ้าเรายังเผาขยะต่อไป คนในหมู่บ้านจะเจ็บป่วยมากขึ้น เราเริ่มจากแยกขยะก่อนก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยนทีเดียว”
มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาช่วยประสานผู้นำชุมชนตั้งแต่กำนัน อบต. ไปจนถึงตัวแทนหมู่บ้านทุกแห่ง เพื่อร่วมกันวางแผน ส่งผลให้เกิดเวทีพูดคุยระหว่าง ‘เด็ก – ครู – ผู้ปกครอง – ผู้นำชุมชน’
เกิดการ ‘ตั้งจุดวางถังขยะในชุมชน’ เกิดความคิดเรื่อง ‘วันทำความสะอาดหมู่บ้าน’ และมีแนวคิดจัดแข่ง ‘หมู่บ้านสะอาดประจำปี’
ใบหยกย้อนเล่าเหตุการณ์นั้นด้วยสายตาที่เป็นประกาย
“ผู้ใหญ่เขาฟังเรา หนูดีใจมากค่ะ หนูรู้เลยว่าความคิดของเด็กคนเดียวก็เปลี่ยนหมู่บ้านได้ ถ้ามีคนเชื่อมั่นในเรา”
ใบหยกไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง
การทำงานตลอดหลายเดือน ทำให้เธอพบสิ่งสำคัญที่สุด เธอไม่ได้เป็นแค่ ‘เด็กที่อยากเห็นโรงเรียนสะอาด’
แต่เป็น ‘ผู้นำเยาวชน’ ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนทั้งชุมชน
“หนูได้เรียนรู้การเป็นผู้นำ การพูด การประสานงาน และการทำงานเป็นทีมค่ะ มูลนิธิศุภนิมิตทำให้หนูเชื่อว่า…เด็กทุกคนมีคุณค่าและทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้”
เมื่อผู้ใหญ่สนับสนุนและเด็กมีพื้นที่แสดงออก เสียงของเขาจะดังไกลกว่าที่คิด
เรื่องราวของใบหยกคือภาพสะท้อนชัดเจนว่า เมื่อเด็กมีโอกาส มีพื้นที่ และมีผู้ใหญ่เชื่อมั่น พวกเขาสามารถ สร้างการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน สร้างพฤติกรรมใหม่ให้เพื่อน ๆ เปลี่ยนมุมมองของผู้ใหญ่ พลิกปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของชุมชน และทั้งหมดเริ่มจากเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่อยากเห็นขยะกองอยู่หน้าตาเฉย ๆ
“ถ้าเยาวชนสักคนลุกขึ้นทำแล้วอีก 100 คนทำเหมือนกัน โลกเราจะน่าอยู่ขึ้นมากค่ะ” ใบหยก
มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคงทำงานเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย และเสริมศักยภาพให้เด็กทุกคนเติบโตเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของตนเอง ‘ทีละก้าว ทีละเสียง ทีละคน’ เพราะเมื่อเด็กได้รับโอกาส ทั้งโลกก็มีโอกาสไปด้วยเช่นกัน


