เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรผู้มีบทบาทในการดำเนินงานพัฒนาสถานะบุคคลและสิทธิเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ เข้าร่วมกิจกรรม ‘สานต่อพระเมตตา พัฒนาสถานะเด็กนักเรียนอักษร G เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี’ ณ โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายณชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม โดยมีผู้แทนจากสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด จังหวัดกาญจนบุรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNHCR) ผู้แทนฝ่ายนิติบัญญัติ ตลอดจนองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในฐานะภาคีที่ทำงานด้านสิทธิเด็ก การคุ้มครองเด็ก และการพัฒนาสถานะบุคคลในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ร่วมจัดบูธแสดงผลการดำเนิน ‘โครงการพัฒนาสถานะบุคคลและสิทธิสำหรับเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ’ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมาไปแล้วกว่า 29,433 คน ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนในการยื่นคำร้องขอสถานะทางกฎหมาย ในจำนวนนี้ ครอบคลุมนักเรียนรหัส G จำนวน 1,097 คน ที่ได้รับการจัดทำเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ เด็กและผู้ใหญ่อีกกว่า 23,732 คน ได้รับการรับรองสถานะทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ภายใต้มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 29 ตุลาคม 2567
และยังได้นำเสนอรายละเอียดของ ‘โครงการความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง : เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ’ หรือ ‘C4C Project’ ที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ และมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ร่วมกันดำเนินการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สหภาพยุโรป (European Union – EU) เพื่อลดจำนวนบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่เป้าหมายลงไม่น้อยกว่า 35% ภายในปี 2571 ผ่านการส่งเสริมการดำเนินการขึ้นทะเบียนราษฎรและการรับรองสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ ในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ราชบุรี และกาญจนบุรี
คุณรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าวว่า “การดำเนินงานในวันนี้ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันเชิงนโยบายในประเด็นของเด็กที่เป็นบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่ยังไม่ได้รับการรับรองสถานะบุคคล ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิภาพและบริการขั้นพื้นฐานของรัฐได้อย่างทั่วถึง
เด็กกลุ่มดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางสูง เนื่องจากยังขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับ ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักในการดำเนินงานตามพันธกิจของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และเป็นประเด็นสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์การดำเนินงานเพื่อการพัฒนาในช่วงปี พ.ศ. 2569–2573
มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยึดมั่นในหลักการที่เชื่อว่า เด็กทุกคนไม่ว่าจะมีเชื้อชาติหรือศาสนาใด ล้วนมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ การรักษาพยาบาลและบริการด้านสาธารณสุข รวมถึงการคุ้มครองทางสังคม เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและเติบโตได้อย่างมีศักดิ์ศรีไม่แตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ ในสังคม”
ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐในการ “คืนสิทธิ” และสร้างโอกาสให้กับเด็กนักเรียนอักษร G โดยภายในงานมีพิธีมอบบัตรประจำตัวบุคคลให้กับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 1,000 ราย ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอไทรโยค ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มและความหวังของเด็กและผู้ปกครอง
น้องริน อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ โครงการพัฒนาฯ จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในนักเรียนที่ได้รับ ‘บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน’ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการมีสถานะบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
น้องรินกล่าวด้วยความดีใจและความหวังว่า “หนูดีใจมากค่ะที่ได้รับบัตรและได้รับสถานะในวันนี้ เพราะเวลาหนูเจ็บป่วยไม่สบาย หนูก็จะได้มีโอกาสรับการรักษาพยาบาล เมื่อก่อนแม่ต้องทำงานหนักเพื่อเก็บเงินสำรองไว้ใช้จ่ายยามเจ็บป่วย รวมถึงค่าเล่าเรียน การที่หนูได้รับบัตรวันนี้ ยังส่งผลให้น้องของหนูมีโอกาสได้รับบัตรในอนาคตเช่นกัน”
นอกจากการเข้าถึงสิทธิด้านสาธารณสุขและการศึกษาแล้ว บัตรประจำตัวใบนี้ยังจุดประกายความฝันครั้งใหม่ให้กับเด็กหญิงวัย 12 ปีคนนี้
“หนูอยากเป็นครูค่ะ อยากสอนหนังสือให้เด็ก ๆ หนูจะตั้งใจเรียน และคุณแม่ก็ให้กำลังใจหนูให้เรียนต่อจนถึงระดับปริญญาตรี ถ้าหนูเรียนจบ หนูก็จะมีโอกาสยื่นขอสัญชาติไทยตามกฎหมายได้ค่ะ”
เช่นเดียวกับ น้องบุญ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตฯ อีกคนหนึ่ง เล่าถึงความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า
“วันนี้หนูดีใจมากเลยค่ะที่ได้รับบัตรฯ เพราะบัตรใบนี้ทำให้หนูมีโอกาสที่จะยื่นขอสัญชาติไทยได้ตามกฎหมาย และมีโอกาสได้เรียนต่อเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ ตอนที่หนูยังไม่มีบัตร หนูเคยถูกเพื่อนล้อและแกล้ง หนูเสียใจมากเลยค่ะ แต่ตอนนี้หนูมีบัตรแล้ว เพื่อนก็จะล้อหรือแกล้งหนูไม่ได้แล้ว”
น้องบุญยังบอกอีกว่า บัตรใบนี้ไม่ได้ให้แค่สิทธิ แต่ยังเปิดประตูสู่ความหวังและความฝันในอนาคตของตัวเอง
“หนูอยากเป็นพยาบาลค่ะ อยากรักษาคนไข้ บัตรใบนี้เหมือนกุญแจสำคัญที่ทำให้หนูมีโอกาสเดินตามความฝัน และได้มีอนาคตที่ดี”
การดำเนินโครงการพัฒนาสถานะบุคคลและสิทธิสำหรับเด็กและเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติ และโครงการความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลง : เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ เป็นพันธกิจขององค์กรในการคุ้มครองสิทธิเด็กและส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชากรกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่เป็นธรรมและทั่วถึง โดยการดำเนินงานดังกล่าวยังสอดรับกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG 16.9 การส่งเสริมให้ทุกคนมีสถานะทางกฎหมายและอัตลักษณ์ทางทะเบียน SDG 10 การลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ และ SDG 4 การสร้างหลักประกันว่าเด็กทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
การมีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และการเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎรอย่างถูกต้อง เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน อาทิ การรักษาพยาบาล การศึกษา และสวัสดิการของรัฐ ซึ่งไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นคงและความหวังให้กับทั้งครอบครัวในระยะยาว
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับกรมการปกครองและภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้เด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเปราะบาง ได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างรอบด้าน สามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และก้าวสู่อนาคตในฐานะกำลังสำคัญของประเทศ ภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และเจตนารมณ์ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ อย่างแท้จริง


