จาก “บ้าน” สู่ “ห้องเรียนแห่งชีวิต”

เมื่อการพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน เริ่มต้นจากการพัฒนาพ่อแม่และผู้ดูแลเด็ก โครงการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืน เมืองปาน จังหวัดลำปาง

การพัฒนาเด็กไม่ได้เริ่มต้นที่โรงเรียน แต่เริ่มต้นจากคนที่ใช้เวลากับเด็กมากที่สุด นั่นคือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และครอบครัว

นี่คือหลักคิดสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานของ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ภายใต้โครงการพัฒนาฯ เมืองปาน จังหวัดลำปาง ซึ่งมุ่งพัฒนาให้เด็กอายุ 3-12 ปี ได้รับประสบการณ์ที่ดีด้านการดูแลเอาใจใส่และการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามวัย

นอกจากการจัดกิจกรรมให้เด็กโดยตรง มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังเลือกลงทุนกับ “ผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก” เพราะเชื่อว่าหากผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการเลี้ยงดูที่เหมาะสม เด็กจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

ความท้าทายใหม่ของครอบครัวยุคปัจจุบัน

แม้ว่าสังคมไทยจะพัฒนาไปมาก แต่บริบทการเลี้ยงดูเด็กกลับเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่

จากข้อมูลและประสบการณ์ของภาคีในพื้นที่อำเภอเมืองปาน พบว่าเด็กจำนวนไม่น้อยไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่เติบโตภายใต้การดูแลของปู่ย่า ตายาย เนื่องจากผู้ปกครองต้องเดินทางออกไปทำงานนอกพื้นที่ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลและสมาร์ตโฟนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กตั้งแต่อายุยังน้อย

นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแจ้ซ้อนเหนือ และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ เมืองปาน มูลนิธิศุภนิมิตฯ อธิบายว่า

“ช่องว่างระหว่างวัยทำให้การเลี้ยงดูเด็กรุ่นใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่สื่อออนไลน์และโทรศัพท์มือถือส่งผลต่อพฤติกรรม การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตของเด็ก การดูแลเด็กในปัจจุบันจึงไม่ใช่หน้าที่ของครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบ้าน โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก”

มุมมองดังกล่าวสะท้อนความเข้าใจเชิงลึกต่อปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเด็กในศตวรรษที่ 21 และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มูลนิธิศุภนิมิตฯ ออกแบบกระบวนการพัฒนาเด็กบนพื้นฐานของการเสริมสร้างศักยภาพครอบครัวควบคู่กันไป

จากองค์ความรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริง

เพื่อให้การพัฒนาเด็กเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายพัฒนาเด็กปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และภาคีชุมชนในพื้นที่หัวเมือง-แจ้ซ้อน จัดอบรมผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความปลอดภัยของเด็กตามหลักสูตรการดูแลเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 160 คน

การอบรมถูกออกแบบอย่างเป็นระบบผ่าน 5 หลักสูตรสำคัญ ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเด็กโดยตรง ได้แก่

  1. ครอบครัวสุขสันต์
  2. การสร้างวินัยเชิงบวก
  3. การจัดกิจกรรมที่บ้านเพื่อลูกรัก
  4. สิทธิเด็กและการคุ้มครองเด็ก
  5. การใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสม

หลักสูตรทั้งหมดไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถประเมินสถานการณ์ของครอบครัวตนเอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำแนวคิดไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

“บ้าน” คือห้องเรียนแรกของชีวิต

หนึ่งในองค์ความรู้สำคัญที่ถูกถ่ายทอดในการอบรมครั้งนี้ คือแนวคิด “ปรับบ้านเป็นห้องเรียน เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู” โดย นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ผู้ปกครองตระหนักว่า การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกพื้นที่และทุกช่วงเวลาภายในบ้าน

แนวคิดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ห้องนอน สามารถเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านนิทาน บทสนทนา และการปลูกฝังคุณธรรมก่อนเข้านอน ห้องน้ำ เป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้เรื่องสุขอนามัย การดูแลสุขภาพ และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ห้องครัว ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องโภชนาการ ความมั่นคงทางอาหาร และวิถีการบริโภคที่เหมาะสม ขณะที่ บริเวณบ้าน เป็นพื้นที่ฝึกทักษะชีวิต การปลูกพืชผัก การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างความรับผิดชอบ ส่วน ห้องพักผ่อน เป็นพื้นที่สำคัญในการเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อ การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และการเรียนรู้โลกดิจิทัลอย่างปลอดภัย

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายพัฒนาเด็กในพื้นที่ ที่ร่วมกันออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของครอบครัวในชุมชนชนบท โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในครัวเรือนเป็นฐานการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมให้บ้านกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสในการพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ แนวคิดนี้ยังสะท้อนการทำงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่เชื่อว่า “การพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการเสริมพลังให้ครอบครัว” เพราะเมื่อผู้ปกครองมีความรู้ มีบทบาทในการส่งเสริมการเรียนรู้ และใช้เวลาคุณภาพร่วมกับลูก เด็กก็จะเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของชุมชนและสังคมในอนาคต

วินัยเชิงบวก: เปลี่ยนจากการควบคุม สู่การสร้างความเข้าใจ

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจจากผู้ปกครอง คือหลักสูตร การสร้างวินัยเชิงบวก

นางสาวธัญชนก จันทร์น้อย ครูโรงเรียนบ้านใหม่พัฒนา และวิทยากรกระบวนการอบรม กล่าวว่า ผู้ปกครองจำนวนมากเติบโตมากับการเลี้ยงดูที่ใช้การตีหรือการลงโทษ แต่เด็กในปัจจุบันต้องการกระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่างออกไป

“วินัยเชิงบวกไม่ได้หมายถึงการตามใจเด็ก แต่เป็นการสร้างความเข้าใจ สื่อสารอย่างเหมาะสม และช่วยให้เด็กเรียนรู้ผลของการกระทำด้วยตนเอง ผู้ปกครองต้องใช้ความอดทนและทำอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเกิดผลในระยะยาว”

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการพัฒนาเด็กสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอารมณ์ (Emotional Security) และความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย (Safe Relationship) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพเด็ก

นอกจากนี้ กระบวนการอบรมยังช่วยให้ผู้ปกครองได้เรียนรู้เรื่อง 5 ภาษารัก การสะท้อนประสบการณ์วัยเด็ก และการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกภายในครอบครัว เพื่อให้ผู้ใหญ่สามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์สำหรับลูกได้อย่างแท้จริง

เมื่อผู้ปกครองเปลี่ยน เด็กก็เปลี่ยน

ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการดำเนินงาน ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง

คุณแม่สุมาลี ผู้ปกครองและอาสาสมัครศุภนิมิตฯ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมของมูลนิธิศุภนิมิตฯ มาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า

“การอบรมทำให้เราเข้าใจว่าการพัฒนาลูก ต้องเริ่มจากการพัฒนาตัวเองก่อน”

หลังจากนำความรู้เรื่องการสื่อสารเชิงบวกและการชื่นชมลูกไปปรับใช้ ลูกของเธอมีความกล้าแสดงออกมากขึ้น เปิดใจพูดคุยกับครอบครัวมากขึ้น และมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตัวเธอเองก็เรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ ใช้เหตุผลมากขึ้น และสร้างบรรยากาศที่ดีภายในครอบครัว

ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อผู้ปกครองเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีสื่อสาร เด็กก็มีโอกาสเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

สร้างเครือข่ายชุมชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงระยะยาว

จุดเด่นสำคัญของการดำเนินงานครั้งนี้ คือการพัฒนา แกนนำอาสาสมัครชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาผู้ปกครอง

ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่ได้รับการส่งเสริมให้ก้าวสู่การเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่ครอบครัวอื่น ผ่านกระบวนการเยี่ยมบ้าน การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กในชุมชน

แนวทางดังกล่าวช่วยสร้าง “ระบบสนับสนุนเด็กในระดับชุมชน” ที่สามารถดำเนินต่อไปได้แม้กิจกรรมอบรมจะสิ้นสุดลงแล้ว เพราะองค์ความรู้และศักยภาพยังคงอยู่กับคนในพื้นที่

นี่คือรูปแบบการพัฒนาที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ใช้มาอย่างต่อเนื่องในการสร้างความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมระยะสั้น แต่คือการสร้างคน สร้างเครือข่าย และสร้างกลไกการดูแลเด็กภายในชุมชนให้เข้มแข็งด้วยตนเอง

การพัฒนาเด็ก คือการลงทุนเพื่ออนาคตของชุมชน

ประสบการณ์จากพื้นที่เมืองปานสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การสร้างโอกาสในการเรียนรู้แก่ผู้ปกครอง คือหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการพัฒนาเด็ก

เมื่อครอบครัวมีความรู้ เด็กจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม เมื่อเด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เด็กจะมีพัฒนาการที่ดี และเมื่อเด็กได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ชุมชนก็จะมีทรัพยากรมนุษย์ที่เข้มแข็งในอนาคต

นี่คือเหตุผลที่มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นดำเนินพันธกิจด้านการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มต้นจากโครงการเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการสร้างความเข้มแข็งให้กับคนที่อยู่รอบตัวเด็ก และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกคน

“เมื่อครอบครัวเข้มแข็ง เด็กจะเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเมื่อเด็กมีคุณภาพ ชุมชนก็จะมีอนาคตที่ยั่งยืน” นี่คือหัวใจของพันธกิจที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคงขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนไทยอย่างต่อเนื่อง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ผนึกกำลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพเด็กและเยาวชน

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มุ่งปกป้อง คุ้มครอง พัฒนาเด็กและเยาวชน พร้อมส่งเสริมอาชีพเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
อ่านต่อ »
0