“ตอนที่บอกที่บ้านว่าได้ทุน หนูกับแม่กอดกันร้องไห้เลยค่ะ”
คำบอกเล่าสั้น ๆ จาก เกด-ลักษณ์ติกาล นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 2 สาขาช่างก่อสร้าง-โยธา สะท้อนให้เห็นถึงความหมายของ “โอกาส” ที่มีค่ามากกว่าตัวเงิน เพราะสำหรับเธอแล้ว ทุนการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนผ่านมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ความฝันทางการศึกษาไม่ต้องหยุดลงกลางทาง
เติบโตท่ามกลางความยากลำบาก
เกดรู้จักมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4 ที่อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ในช่วงเวลานั้น เธออาศัยอยู่กับปู่และย่า รวมทั้งญาติพี่น้องอีกหลายคนในบ้านหลังเดียวกัน
ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้ราบรื่นนัก เมื่อพ่อและแม่แยกทางกันตั้งแต่เธอเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ทำให้เกดและพี่สาวต้องอยู่ในการดูแลของปู่ย่า ซึ่งต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกหลานหลายชีวิต
“รายได้หลักมาจากปู่กับย่าที่กรีดยาง บางครั้งต้องกู้ยืมเงินเพื่อให้หลาน ๆ ได้ไปโรงเรียน” เกดเล่าย้อนถึงช่วงชีวิตในวัยเด็ก
แม้ครอบครัวจะเผชิญกับความลำบาก แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในโครงการอุปการะเด็ก มูลนิธิศุภนิมิตฯ เธอได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน การเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงค่ายและสัมมนาต่าง ๆ ที่ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ให้กับเธอ
นอกจากนี้ เกดยังได้มีโอกาสเขียนจดหมายถึงผู้อุปการะ ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้เธอรู้ว่ามีผู้คนอีกมากมายที่เชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของเธอ
วันที่เกือบต้องหยุดฝัน
หลังจากย้ายมาอาศัยอยู่กับแม่ในตัวเมืองพัทลุงเมื่ออายุประมาณ 12 ปี เกดยังคงได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงมัธยมศึกษา อย่างไรก็ตาม เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เธอต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต
“ตอนแรกหนูคิดว่าจะหยุดเรียนหลัง ม.3 ค่ะ เพราะที่บ้านไม่มีเงินส่งเรียนต่อ”
ในเวลานั้น พี่สาวของเกดกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หากทั้งสองคนเรียนต่อพร้อมกัน ครอบครัวคงไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ไหว
“หนูคิดว่าจะให้พี่เรียนต่อก่อน เพราะพี่เรียนไปถึงปีหนึ่งแล้ว ถ้าต้องหยุดกลางคันก็คงน่าเสียดาย ส่วนหนูอาจจะไปเรียน กศน. หรือหาโอกาสเรียนต่อทีหลัง”
แม้จะรู้สึกเสียใจ แต่เธอก็ยอมรับความจริงและคิดว่าการหยุดเรียนอาจเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือและประสานทุนการศึกษาให้กับเธอ
“ทุนนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตหนูเลยค่ะ”
วันที่น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมา
ในวันที่ได้รับข่าวดีว่าได้รับทุนการศึกษา จาก ‘โครงการน้องจบ ป.ตรี ส่งเด็กสายอาชีพให้ก้าวตามฝัน’ ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานได้หลั่งออกมาเป็นน้ำตาแห่งความสุข
“ตอนที่บอกที่บ้านว่าได้ทุน หนูกับแม่นั่งกอดกันร้องไห้ แม่บอกว่าดีใจด้วยนะ อนาคตของหนูจะได้ไปต่อแล้ว”
สำหรับหลายคน ทุนการศึกษาอาจเป็นเพียงการช่วยเหลือด้านการเงิน แต่สำหรับเกด มันคือการเปิดประตูบานใหม่ให้กับชีวิต
“ทุนนี้เหมือนไฟส่องสว่างให้หนูได้เห็นอนาคตตัวเอง”
ทุนการศึกษาที่ได้รับ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าเล่าเรียน ค่าเทอม และค่าอุปกรณ์การเรียน โดยเฉพาะในสายอาชีพที่ต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะด้าน
“ถ้าไม่มีทุน หนูคงไม่ได้เรียนต่อแบบนี้ค่ะ อาจต้องเรียน กศน. เพราะทางบ้านไม่มีเงินจริง ๆ”
เลือกเส้นทางสายอาชีพเพื่อสร้างอนาคต
เมื่อได้รับโอกาสให้เรียนต่อ เกดตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในสายอาชีพ สาขาช่างก่อสร้าง-โยธา
เธอเล่าว่าได้ศึกษาข้อมูลและรับฟังคำแนะนำจากคนรอบตัว ก่อนเห็นว่าสายอาชีพจะช่วยสร้างทักษะและต้นทุนชีวิตได้เร็วกว่า อีกทั้งยังสอดคล้องกับความสนใจส่วนตัว
“หนูชอบงานด้านโยธาอยู่แล้ว ญาติหลายคนก็ทำงานสายนี้ เลยรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและสามารถต่อยอดได้”
ทุกวันเกดต้องขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปกลับระหว่างบ้านและวิทยาลัยเป็นระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร แต่ความเหนื่อยล้าไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นของเธอ
“หนูเป็นคนที่อยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากให้แม่สบายไว ๆ เลยตั้งใจเรียนมากค่ะ”
ปัจจุบันเธอมีผลการเรียนดีเยี่ยม โดยภาคการศึกษาล่าสุดมีเกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.96 สะท้อนถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการรักษาโอกาสที่ได้รับ
ทำงานพาร์ทไทม์เพื่อส่งเสียตัวเองเรียน
แม้จะได้รับทุนการศึกษา เกดยังคงทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปกับการเรียนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
เธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารตั้งแต่ช่วงเย็นถึงดึกในวันจันทร์ถึงศุกร์ และทำงานเต็มเวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ บางวันเลิกงานหลังเที่ยงคืนหรือถึงตีหนึ่ง
“หนูทำงานตั้งแต่ ปวช.1 จนถึงตอนนี้ค่ะ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็มาจากรายได้ที่หนูทำงานเอง”
ในขณะที่แม่ทำงานรับจ้างในโรงงานผลิตขนมเพื่อส่งออก ทั้งแม่และลูกต่างช่วยกันอย่างเต็มกำลังเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า
ความฝันที่มุ่งสู่การเป็นวิศวกร
ทุกวันนี้ เกดมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และศึกษาต่อจนจบระดับปริญญาตรี
“หนูอยากเรียนจนจบปริญญาค่ะ อาชีพที่อยากเป็นเลยคือวิศวกร”
เธอเชื่อว่าความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากสาขาช่างก่อสร้าง-โยธา จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาตัวเองสู่เส้นทางวิศวกรในอนาคต
จากผู้รับ…สู่ผู้ส่งต่อโอกาส
เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากฝากถึงผู้บริจาคและผู้สนับสนุน เกดตอบด้วยความซาบซึ้งว่า
“อยากขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะที่เห็นคุณค่าในตัวหนู ช่วยเปิดไฟสว่างให้หนูได้เห็นอนาคตตัวเอง เปิดโอกาสให้หนูได้เรียน”
เธอยังบอกอีกว่า สิ่งเดียวที่สามารถตอบแทนผู้ที่ให้โอกาสเธอได้ คือการเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ตั้งใจเรียน และใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพ
“หนูไม่มีอะไรจะตอบแทนท่านได้นอกจากความดี ความซื่อสัตย์ ความตั้งใจเรียน และอนาคตของหนูจะทำให้ท่านได้เห็นว่า เด็กที่ท่านส่งเสริมในวันนั้น ออกผลดีในวันนี้”
พร้อมกันนั้น เธอยังตั้งใจว่า หากวันหนึ่งมีความพร้อมมากพอ จะส่งต่อโอกาสให้กับเด็กคนอื่น ๆ เช่นเดียวกับที่เธอเคยได้รับ
เรื่องราวของเกดคือบทพิสูจน์ว่า โอกาสเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของคนคนหนึ่งได้อย่างแท้จริง และเมื่อโอกาสนั้นได้รับการส่งต่ออย่างไม่สิ้นสุด แสงสว่างแห่งความหวังก็จะยังคงส่องทางให้กับเด็กและเยาวชนอีกมากมายในอนาคต.


