เยาวชนเปลี่ยนชุมชน ฟื้นฟูป่าชายเลน สร้างอนาคตที่ยั่งยืน

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ผสานพลังเยาวชนและชุมชน รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศผ่านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสิทธิเด็ก

ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งทั่วโลก การฟื้นฟูระบบนิเวศและการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนกำลังกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตชุมชนของตนเอง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้อย ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 5 ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรม ‘ปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ’ ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะเยาวชนให้มีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มศักยภาพของชุมชนในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ปากอ่าวชุมชนบ้านเปี๊ยะล่าง ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวทางการพัฒนาของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่เชื่อมั่นว่า ‘เด็กและเยาวชน’ คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในการพัฒนาชุมชน และควรได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วม เสนอความคิดเห็น และลงมือแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกิตติพงษ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ผู้นำชุมชน ประชาชน ทีมงานมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ผู้นำเยาวชนศุภนิมิตฯ และเด็กและเยาวชนในพื้นที่โครงการพัฒนา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

จากวิกฤตป่าชายเลนสู่การลุกขึ้นมาของเยาวชน

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้คือ นายภัทรพล (ภัทร) ผู้นำเยาวชนศุภนิมิตฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีส่วนริเริ่มแนวคิดโครงการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่อำเภอปากพนัง หลังจากได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนของตนเองอย่างใกล้ชิด

ภัทรเล่าว่า พื้นที่อำเภอปากพนังมีระบบนิเวศป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตคนในชุมชนมายาวนาน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าชายเลนได้รับผลกระทบจากการบุกรุกใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายตัวของชุมชน รวมถึงความเสียหายจากพายุและสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนต้นไม้ลดลงและระบบนิเวศเสื่อมโทรม

“เมื่อป่าชายเลนลดลง สัตว์น้ำและสัตว์ทะเลที่เคยอาศัยอยู่ก็ลดลงตามไปด้วย เพราะขาดแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลตามธรรมชาติ ชาวประมงในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบจากปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลง ขณะเดียวกันชุมชนก็เผชิญปัญหาน้ำทะเลหนุนและคลื่นลมรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่มีแนวป้องกันตามธรรมชาติคอยลดแรงกระแทกจากคลื่น”

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภัทรมองเห็นว่าการฟื้นฟูป่าชายเลนไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่ง

กระบวนการพัฒนาเยาวชนจากผู้รับสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากการกำหนดโดยผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากกระบวนการพัฒนาศักยภาพเยาวชนที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้แนวคิด ‘การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย’ มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การวิเคราะห์ปัญหาในชุมชน ฝึกทักษะการคิดเชิงระบบ การสื่อสารสาธารณะ การทำงานร่วมกับชุมชน และการบริหารจัดการโครงการ

ภัทรเล่าว่า หลังจากพบปัญหาในพื้นที่ เขาได้นำข้อมูลและข้อสังเกตไปหารือกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ในพื้นที่ซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในการพัฒนาแนวคิดโครงการ

จากนั้นจึงมีการประสานความร่วมมือกับชมรมคนรักป่าชายเลน หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา วางแผนกิจกรรม ระดมทรัพยากร และจัดทำข้อเสนอโครงการอย่างเป็นระบบ

กระบวนการดังกล่าวสะท้อนแนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับ สิทธิการมีส่วนร่วมของเด็ก (Child Participation) โดยเด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่เป็นผู้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยตนเอง

ป่าชายเลน: โครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติเพื่อการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ

นางกาญจนา มาลัย ผู้จัดการโครงการพัฒนาฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันชุมชนชายฝั่งจำนวนมากกำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ความแปรปรวนของสภาพอากาศ และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความรุนแรงถี่ขึ้น

ผลกระทบเหล่านี้ส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งอาหาร รายได้ครัวเรือน และความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีข้อจำกัดในการฟื้นตัวหลังเกิดวิกฤต

ในบริบทดังกล่าว ป่าชายเลนถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากสามารถทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันชายฝั่งตามธรรมชาติ ช่วยลดแรงคลื่น ลดการกัดเซาะชายฝั่ง และลดความรุนแรงของผลกระทบจากพายุ

นอกจากนี้ ป่าชายเลนยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และมีบทบาทสำคัญในการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในระยะยาว

กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ดำเนินควบคู่กับการปลูกป่าชายเลน จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความสมดุลทางธรรมชาติ และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของทรัพยากรสัตว์น้ำที่ชุมชนพึ่งพาในการประกอบอาชีพ”

เมื่อสิทธิเด็กเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย

วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก ทั้งในด้านสุขภาพ โภชนาการ ความปลอดภัย การศึกษา และคุณภาพชีวิต

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิของเด็กในการมีชีวิตและเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด และยั่งยืน โดยเชื่อว่าการคุ้มครองสิทธิเด็กในปัจจุบันไม่สามารถแยกออกจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อีกต่อไป

การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เป็นกระบวนการสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงสิทธิ หน้าที่ และบทบาทของตนเองในการพัฒนาสังคม

เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ทั้งองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำงานร่วมกับชุมชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ภาวะผู้นำ และทักษะชีวิตที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้

ผลลัพธ์ที่มากกว่าต้นไม้หนึ่งต้น

สำหรับภัทร ผลลัพธ์ของโครงการไม่ได้วัดจากจำนวนต้นไม้ที่ปลูกเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชน

“หลังจากมีการฟื้นฟูป่าชายเลน พื้นที่ป่าที่เติบโตขึ้นเริ่มทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันคลื่นตามธรรมชาติ ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นและผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน ทำให้ชุมชนได้รับผลกระทบน้อยลงกว่าเดิม”

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการที่คนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และเห็นว่าตนเองสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ ประสบการณ์ดังกล่าวช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

ขับเคลื่อนพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิเด็กอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานฟื้นฟูป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในอำเภอปากพนัง เป็นตัวอย่างสำคัญของการบูรณาการงานด้านสิ่งแวดล้อม การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก และการส่งเสริมสิทธิเด็กเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนมีบทบาทในการพัฒนาชุมชน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วม การสร้างภาวะผู้นำ และการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เด็กทุกคนได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอนาคตที่ยั่งยืน

เพราะการปลูกป่าชายเลนในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง ความรับผิดชอบ และพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะร่วมกันดูแลโลกใบนี้ต่อไปในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เสริมศักยภาพชุมชนเกาะทวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมรับมือภัยพิบัติและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

จัดอบรมความรู้การจัดการภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ให้ผู้นำชุมชน อสม. และผู้ปกครอง เตรียมพร้อมทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดภัยพิบัติ เพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบจากภัยพิบัติ
อ่านต่อ »

เมื่อสายน้ำกลับมาอีกครั้ง เรื่องเล่าจากคูขุดกับพลังของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินพันธกิจด้านการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ‘โครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบหลังน้ำท่วม 2568’ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย
อ่านต่อ »
0