ร่วมวางรากฐาน CLM ประเทศไทย พัฒนาคุณภาพบริการ HIV–TB ด้วยพลังชุมชน สู่ความยั่งยืนในอนาคต

ทำอย่างไรระบบการติดตามโดยชุมชน จะกลายเป็นเครื่องมือที่แข็งแรงพอจะยกระดับคุณภาพบริการด้านเอชไอวี (HIV) และวัณโรค (TB) ของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ จัดการประชุมหารือแผนการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพบริการการติดตามงานโดยชุมชน (Community-led Monitoring : (CLM)) ภายใต้กรอบการดำเนินงาน RRTTPR โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ และเครือข่ายชุมชนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ ผู้แทนจาก CDC Thai and Laos ผู้แทนโครงการ EpiC ภายใต้องค์กร FHI 360 ผู้แทนมูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) ผู้แทนมูลนิธิรักษ์ไทย (RTF) เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาคุณภาพการติดตามงานโดยชุมชน (CLM) ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพบริการด้านเอชไอวี (HIV) และวัณโรค (TB) ของประเทศในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการหารือเรื่องเครื่องมือหรือกระบวนการติดตามบริการสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานให้ ‘เสียงจากชุมชน’ ถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาระบบบริการที่เข้าถึงผู้คนได้จริง

จากโจทย์ของ GC7 สู่การสร้างระบบที่ส่งต่อได้ในอนาคต ดร.ศรุต มูลสาร HRG & CSS Program Manager ผู้แทนจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้รับทุนหลัก (Principal Recipient: PR) ภายใต้กองทุนโลก ( Global Fund) รอบ GC7 กล่าวว่าเป้าหมายสำคัญของการดำเนินงานครั้งนี้

คือการสร้างผลลัพธ์ที่สามารถส่งต่อให้ผู้รับผิดชอบในระยะต่อไป และขยายผลสู่ระดับประเทศได้อย่างยั่งยืน “เราคาดหวังว่าผลผลิตที่ได้จากรอบ GC7 นี้จะเป็นสิ่งที่สามารถส่งต่อให้กับ PR ในรอบถัดไป รวมถึงส่งต่อให้กับประเทศได้ เราต้องการใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพราะเรื่องนี้จะนำไปสู่ความยั่งยืนของงานในระยะยาว”

ดร.ศรุต อธิบายว่า ประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นงาน CLM จากศูนย์ แต่มีหลายหน่วยงานที่พัฒนาเครื่องมือและดำเนินงานมาแล้วในพื้นที่ต่าง ๆ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการรวบรวมบทเรียน จุดแข็ง จุดอ่อน และแนวปฏิบัติที่ดีจากแต่ละโมเดล เพื่อนำมาพัฒนาเป็นกรอบการดำเนินงานร่วมกัน

ผลลัพธ์สำคัญที่คาดหวังจากกระบวนการครั้งนี้ ได้แก่ การจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้าน CLM การทบทวนและปรับปรุงตัวชี้วัด รวมถึงการมองเห็นภาพรวมของระบบและเครื่องมือที่มีอยู่ เพื่อสร้างแนวทางการดำเนินงานที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรสำคัญและสามารถเชื่อมโยงงาน HIV และ TB เข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พลังความร่วมมือ คือหัวใจของ CLM ด้านคุณสุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานด้าน CLM สำหรับกลุ่มประชากรหลัก สะท้อนว่า CLM เป็นประเด็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

“เรายังถือเป็นน้องใหม่ในเรื่อง CLM ในขณะที่ผู้ที่มาร่วมประชุมวันนี้ล้วนเป็นผู้นำและ ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เราทราบดีว่าไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้เพียงลำพัง เพราะ CLM เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน”

คำกล่าวนี้สะท้อนภาพสำคัญของการประชุมครั้งนี้อย่างชัดเจน นั่นคือการดึงความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมกันออกแบบอนาคตของระบบ CLM ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคประชาสังคม ผู้ให้บริการ หรือเครือข่ายชุมชน เพื่อให้เกิดระบบที่เป็นเจ้าของร่วมกันและสามารถใช้งานได้จริงในทุกบริบท

งานวิจัยสะท้อนเสียงแรงงานข้ามชาติ สู่การพัฒนาบริการวัณโรคที่เข้าถึงทุกคน เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม นำเสนอผลการศึกษานำร่องเกี่ยวกับคุณภาพบริการวัณโรคจากมุมมองของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

Dr. Shin Thant Win Community Networking and M&E Officer กล่าวถึงที่มาของการศึกษาว่า

“การวิจัยนำร่องครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนมุมมองของแรงงานข้ามชาติต่อบริการวัณโรค และประเมินบริการผ่านกรอบ AAAQ พบว่าแม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่พึงพอใจต่อการรักษา แต่ยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ การขาดหลักประกันสุขภาพ ภาระค่าใช้จ่าย การสูญเสียรายได้ ปัญหาด้านภาษา และการตีตราทางสังคม”

การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากแรงงานข้ามชาติ 25 คน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้กรอบการประเมิน AAAQ ซึ่งครอบคลุมทั้งความพร้อมของบริการ การเข้าถึง ความเหมาะสม และคุณภาพของบริการ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาบริการวัณโรคในอนาคตไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการรักษาโรคเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงบริบทชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การสื่อสาร และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยควบคู่กันไป

ตลอดทั้งวัน ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันทบทวนประสบการณ์จากองค์กรที่ดำเนินงาน CLM อยู่แล้ว แลกเปลี่ยนบทเรียนจากภาคสนาม และหารือการพัฒนาตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนทั้งคุณภาพบริการและประสบการณ์จริงของผู้รับบริการ ที่ประชุมเห็นพ้องให้ CLM ครอบคลุมตลอดกระบวนการ RRTTPR ตั้งแต่การเข้าถึงบริการ การคัดกรอง การตรวจวินิจฉัย การรักษา การป้องกัน การติดตามต่อเนื่อง ตลอดจนประเด็นด้านสิทธิ การตีตรา และอุปสรรคทางสังคม

พร้อมกันนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดทำ National Roadmap และร่างยุทธศาสตร์ชาติด้าน CLM เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะยาวที่มีความชัดเจนทั้งแผนการดำเนินงาน ขอบเขตงาน ผลผลิต ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน พร้อมวางแผนการส่งต่องานไปยังผู้รับทุนหลักในอนาคต เพื่อให้ระบบ CLM เดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืน เชื่อมโยงสู่การสนับสนุนของ Global Fund ในรอบ GC8 และเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งต่อการดำเนินงานในอนาคต

จากการร่วมกันออกแบบระบบ CLM ไปจนถึงการศึกษาวิจัยที่สะท้อนประสบการณ์จริงของแรงงานข้ามชาติ ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันวางรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่ไม่เพียงมุ่งเน้นประสิทธิภาพการรักษา แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึง สิทธิ ความเท่าเทียม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ

ก้าวต่อไปของการทำงานเพื่อชุมชนในการประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพไม่อาจเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนา และชุมชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

สำหรับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย การดำเนินงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวของการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อรับฟังเสียงของชุมชน นำข้อมูลจากพื้นที่จริงมาพัฒนาเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ และผลักดันให้เกิดการปรับปรุงระบบบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้คนได้ดียิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การตีตราและเลือกปฏิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กข้ามชาติ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

เสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่ศุภนิมิต: แม้ต้องอพยพ แต่ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ปกป้องและดูแลเด็กในศูนย์อพยพ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา

“แม้ตัวเองต้องอพยพเช่นเดียวกับทุกคน แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ศุภนิมิตฯ เรายังคงยืนหยัดเพื่อดูแลเด็ก ๆ เพราะเชื่อว่าหน้าที่สำคัญคือการทำให้เด็กทุกคนปลอดภัย” นันท์นภัส สนวนรัมย์, ผู้จัดการโครงการจังหวัดสระแก...
อ่านต่อ »

ทวิภาคีไฟเซอร์สร้างศูนย์สุขภาพดีที่แก่งกระจาน

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ส่งมอบศูนย์สุขภาพดีและอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายรวมถึงเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ดำเนินงานโครงการพัฒนาฯ จ.เพชรบุรี
อ่านต่อ »

มูลนิธิศุภนิมิตฯ ผนึกกำลัง ออริจิ้น–บริทาเนีย ขับเคลื่อน SAFER Work ยกระดับสิทธิ คุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

จากความตั้งใจสู่ความร่วมมือ เพื่อยกระดับสิทธิแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม
อ่านต่อ »
0