เมื่อปลายปี 2568 พื้นที่หลายแห่งในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย และกระทบต่อความเป็นอยู่ของเด็กและครอบครัวเปราะบางจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือครอบครัวของ เด็กหญิงภัทรวดี อายุ 11 ปี เด็กในความอุปการะของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในพื้นที่โครงการพัฒนาฯ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
น้องภัทรวดีอาศัยอยู่ในครัวเรือนขยายที่มีสมาชิกรวม 9 คน ประกอบด้วยพ่อ พี่สาว ปู่ ย่า ยาย ป้า และลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คน บ้านหลังเดียวจึงไม่เพียงเป็นทั้งพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นศูนย์รวมความรัก ความผูกพัน และความหวังของทุกคนในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม หลังจากน้ำท่วมผ่านพ้นไป บ้านที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับได้รับความเสียหายหลายจุด ทั้งผนัง ประตู หน้าต่าง และส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ ของตัวบ้าน ส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ร่วมกันในครัวเรือน
เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอชเอสบีซี) ได้ดำเนิน “โครงการเอชเอสบีซี ปันน้ำใจ ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 2568” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบหลังอุทกภัย ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็ก ครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษา ครอบคลุมมิติสำคัญทั้งด้านที่อยู่อาศัย อาชีพ การศึกษา สุขภาพ โภชนาการ และการคุ้มครองเด็ก
สำหรับครอบครัวของน้องภัทรวดี การฟื้นฟูเริ่มต้นจากการประเมินความเสียหายของที่อยู่อาศัย และวางแผนซ่อมแซมตามสภาพปัญหา เพื่อให้บ้านกลับมามีมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสามารถรองรับการอยู่อาศัยของสมาชิกทุกคนได้อย่างเหมาะสม
โครงการได้สนับสนุนวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของบ้านอย่างครบถ้วน ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานผนัง พื้นบ้าน ประตู หน้าต่าง ไปจนถึงระบบสุขาภิบาล โดยประกอบด้วยไม้โครงสร้างหลายขนาด ไม้เทียม แผ่นสมาร์ทบอร์ด วงกบประตูและหน้าต่าง อุปกรณ์ติดตั้งหน้าต่าง สุขภัณฑ์ รวมถึงวัสดุยึดติดและอุปกรณ์ก่อสร้างอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูอาคารให้กลับมาอยู่ในสภาพปลอดภัย
การซ่อมแซมดังกล่าวไม่เพียงช่วยแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของที่อยู่อาศัย ลดความเสี่ยงจากโครงสร้างที่ชำรุด เสริมสุขอนามัยภายในบ้าน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเติบโตและพัฒนาการของเด็ก
“ตอนน้ำท่วมบ้านของหนูเสียหายหลายส่วน ทั้งผนัง ประตู และหน้าต่าง ทำให้ครอบครัวลำบากมาก เพราะที่บ้านอยู่กันหลายคน หนูรู้สึกกังวลว่าจะไม่มีบ้านที่ปลอดภัยให้อยู่ แต่หลังจากได้รับความช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้าน ตอนนี้บ้านแข็งแรงขึ้นและน่าอยู่มากขึ้น หนูดีใจที่ทุกคนในครอบครัวได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปกติอีกครั้งค่ะ” น้องภัทรวดี เด็กในพื้นที่ประสบอุทกภัย
สำหรับครอบครัวของน้องภัทรวดี การซ่อมแซมบ้านครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นฟูโครงสร้างอาคารที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความรู้สึกมั่นคงและความหวังของคนในครอบครัวให้กลับคืนมาอีกครั้ง
บ้านที่เคยบอบช้ำจากภัยพิบัติ วันนี้ได้กลับมาเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นและปลอดภัย เป็นสถานที่ที่สมาชิกทั้ง 9 คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมั่นใจ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการก้าวผ่านผลกระทบจากอุทกภัยไปสู่อนาคตที่เข้มแข็งกว่าเดิม
เรื่องราวของน้องภัทรวดีสะท้อนให้เห็นว่า การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติไม่ได้หมายถึงการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว แต่คือการช่วยให้เด็กและครอบครัวเปราะบางสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย และมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้งอย่างมีศักดิ์ศรี.


