การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ การศึกษา ความมั่นคงทางอาหาร รายได้ครัวเรือน และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วโลก เด็กจำนวนมากต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ แต่กลับต้องแบกรับผลกระทบที่จะยาวนานไปถึงอนาคต
มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ในฐานะองค์กรพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชนที่ดำเนินงานใน 32 จังหวัดทั่วประเทศ จึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในฐานะหนึ่งในประเด็นสำคัญของการพัฒนาเด็กและชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักขององค์กรในช่วงปี 2026–2030
ภายในงาน Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้จัดเวที “Youth Make Changes: เสียงเยาวชน สร้างอนาคต” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนจากหลากหลายพื้นที่ของประเทศไทยได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แบ่งปันข้อค้นพบจากงานวิจัย และสะท้อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ให้เยาวชนได้ “ส่งเสียง” แต่เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อเด็กและเยาวชนได้รับโอกาส พวกเขาสามารถเป็นผู้สร้างความรู้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และหุ้นส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของสังคมได้อย่างแท้จริง
จากการพัฒนาเด็ก สู่การสร้างผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้ดำเนินงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ภาวะผู้นำ การคุ้มครองเด็ก และการพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่โครงการพัฒนาทั่วประเทศ
เมื่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจนมากขึ้น มูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงต่อยอดประสบการณ์การทำงานสู่การสร้างผู้นำเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนมีบทบาทเป็นผู้เรียนรู้ ผู้วิจัย ผู้สื่อสาร และผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนของตนเอง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยึดถือมาโดยตลอด คือ “การมีส่วนร่วมของเด็กอย่างมีความหมาย” ซึ่งเชื่อว่าเด็กและเยาวชนควรมีโอกาสร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมกำหนดอนาคตในประเด็นที่ส่งผลต่อชีวิตของพวกเขา
Young Minds Camp: เมื่อเยาวชนก้าวจากผู้รับข้อมูลสู่ผู้สร้างองค์ความรู้
หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ชัยวัฒน์ ตะวัน และศศิกานต์ อาจเป็นเพียงเด็กและเยาวชนคนหนึ่งที่กำลังเติบโตในชุมชนของตนเอง ใช้ชีวิต เรียนหนังสือ และเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งพวกเขาจะมีโอกาสนำเสียงของตนเองไปสื่อสารบนเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ
แต่วันนี้ พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ปัญหาอีกต่อไป แต่พวกเขากลายเป็นนักวิจัยเยาวชน นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม และตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่กำลังส่งเสียงถึงอนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนด
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเวที คือการนำเสนอผลงานจาก โครงการ Young Minds Camp (YMC) ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนาเยาวชนสู่บทบาทของ “นักวิจัยเยาวชน” (Youth Researcher)
ตัวแทนเยาวชน 3 คน ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานวิจัยร่วมกับเยาวชนจากอีก 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว และมองโกเลีย
งานวิจัยดังกล่าวศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเด็กและเยาวชนอายุ 12–18 ปี ผ่านการเก็บข้อมูลจากเด็กและเยาวชนจำนวน 678 คน และผู้ใหญ่ 83 คน โดยใช้ทั้งแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม
ผลการวิจัยเผยให้เห็นความจริงที่น่ากังวล สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ปัญหาฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน บางคนต้องหยุดกิจกรรมกลางแจ้ง บางคนเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ ขณะที่หลายครอบครัวได้รับผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงทางอาหารจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกัน เยาวชนจำนวนมากยอมรับว่าพวกเขารู้จักคำว่า Climate Change แต่ยังไม่เข้าใจว่าควรรับมือหรือปกป้องตนเองอย่างไร “เด็กหลายคนรู้ว่าปัญหาสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะปกป้องตัวเองหรือมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างไร ความรู้จึงต้องไปไกลกว่าการสร้างความตระหนัก” ชัยวัฒน์
เสียงสะท้อนจากงานวิจัยยังชี้ตรงกันว่า เด็กและเยาวชนไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่ต้องการมีส่วนร่วมในการคิด ออกแบบ และตัดสินใจในประเด็นที่ส่งผลต่อชีวิตของพวกเขา
สิ่งที่แตกต่างจากงานวิจัยทั่วไปคือ งานวิจัยชิ้นนี้เยาวชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบคำถามวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย
“โปรแกรมนี้ทำให้เราเห็นว่า เยาวชนไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงผู้รับความช่วยเหลือ แต่สามารถเป็นนักวิจัย ผู้จัดการโครงการ และผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน” นายชัยวัฒน์ ตัวแทนเยาวชน Young Minds Camp
จากงานวิจัยสู่การลงมือทำจริง
ความสำเร็จของโครงการ Young Minds Camp ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อจบกระบวนการวิจัย แต่ยังต่อยอดสู่การลงมือปฏิบัติจริงของเยาวชนในพื้นที่
ชัยวัฒน์ ได้นำข้อค้นพบจากงานวิจัยไปนำเสนอในเวทีระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลกด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อม ส่วน ตะวัน เขาได้นำองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกลับไปพัฒนาโครงการจัดการขยะและการแปรรูปพลาสติกในชุมชน เพื่อลดปริมาณขยะ ลดมลพิษ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้
ขณะที่ ศศิกานต์ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ได้นำองค์ความรู้ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานผ่านกิจกรรมค่ายอาสา การส่งเสริมสุขภาวะชุมชน และการสร้างความรู้ด้านการรับมือผลกระทบจาก Climate Change
“เสียงของเด็กและเยาวชนมีความหมายจริง ๆ เมื่อเราได้มีพื้นที่ในการสะท้อนปัญหา เสนอทางออก และเห็นว่าความคิดเห็นของเราถูกนำไปใช้ต่อ” ตะวัน
ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนระยะยาวของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านกิจกรรมพัฒนาภาวะผู้นำ เวทีสภาเด็กและเยาวชน โครงการริเริ่มโดยเยาวชน และโอกาสในการเข้าร่วมเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม 2026–2030: เด็กและเยาวชนคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง
เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักขององค์กรในช่วงปี 2026–2030
การดำเนินงานมุ่งเน้น 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- การลดความเสี่ยงและเพิ่มความพร้อมรับมือภัยพิบัติ
เสริมสร้างความพร้อมของโรงเรียน ชุมชน และครอบครัว ผ่านกระบวนการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Reduction: DRR) และโครงการโรงเรียนปลอดภัย
- การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้
สนับสนุนการเกษตรที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ การสร้างอาชีพ และการพัฒนาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน
- การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ส่งเสริมการจัดการขยะ เศรษฐกิจหมุนเวียน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลระบบนิเวศชายฝั่ง และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภายใต้ทั้งสามเสาหลักนี้ เด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่เป็นผู้ร่วมออกแบบ ร่วมดำเนินการ และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชนและสังคม
Our Voice, Our Future
ตลอดทั้งเวที เสียงของเยาวชนสะท้อนสารสำคัญร่วมกันว่า อนาคตไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่อยู่ที่การลงมือทำของทุกคนในวันนี้
“เราไม่ได้ใช้โลกเพียงแค่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่เรากำลังส่งต่อโลกใบนี้ให้คนรุ่นหลัง การลงมือทำในวันนี้จึงมีความหมายต่ออนาคตของทุกคน” ชัยวัฒน์
“หากเราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนสามารถร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้นได้” ศศิกานต์
“กล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้าแสดงออก เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากคนธรรมดาที่ตัดสินใจลงมือทำบางอย่าง” ตะวัน
สำหรับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มต้นจากโครงการเพียงชั่วคราว แต่เริ่มต้นจากการลงทุนในศักยภาพของเด็กและเยาวชน การสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้เรียนรู้ ลงมือทำ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในประเด็นที่ส่งผลต่อชีวิตของตนเอง
เวที Youth Make Changes จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมเสวนา แต่เป็นภาพสะท้อนของแนวทางการพัฒนาที่เชื่อว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการรับฟังเสียงของเด็กและเยาวชน และเปลี่ยนเสียงนั้นให้กลายเป็นการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะเด็กและเยาวชนไม่ใช่เพียงอนาคตของสังคม แต่เป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้
Youth Make Changes. Our Voice, Our Future. เสียงของเยาวชนวันนี้ คือรากฐานของสังคมที่ยั่งยืนในวันข้างหน้า


