เสียงจากชุมชนน่าน

วันที่สายน้ำเปลี่ยนชีวิต กับการเริ่มต้นใหม่หลังมหาอุทกภัย

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่มีใครคิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้”

คือประโยคแรกที่ นางสาวปวีณา หรือ ‘ครูแนน’ เล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ถาโถมเข้าสู่ชุมชนในจังหวัดน่าน

วันที่ฝนตกหนักต่อเนื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไม่มีใครคาดคิดว่าปริมาณน้ำฝนกว่า 300 มิลลิเมตรจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนทั้งหมู่บ้านในชั่วข้ามคืน น้ำจากลำน้ำที่อยู่ใกล้ชุมชนเอ่อล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว จนชาวบ้านแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวรับมือ

“วันแรกทุกคนไม่ทันตั้งตัวเลยค่ะ ทำได้แค่นำรถยนต์ไปจอดที่วัด ไม่มีเวลาขนของหรือเตรียมอะไรเลย”

ในช่วงแรก หลายคนยังเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะน้ำหลากเป็นสิ่งที่ชุมชนแห่งนี้คุ้นเคย แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อน้ำเริ่มเข้าหมู่บ้านในช่วงเช้ามืด ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากระดับเอวจนถึงหน้าอก และเกือบถึงคอภายในเวลาไม่นาน

“ตอนแรกทุกคนคิดว่าน้ำจะลดเหมือนทุกปี แต่พอตีห้าครึ่งน้ำเริ่มเข้าหมู่บ้านจริง ๆ และขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหลายระลอก จนสูงเกือบถึงคอ”

ท่ามกลางความโกลาหล ครูแนนยังจดจำเหตุการณ์หนึ่งได้อย่างชัดเจน นั่นคือช่วงเวลาที่เธอต้องฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวเพื่อช่วยรถจักรยานยนต์ของครอบครัวไม่ให้ถูกน้ำพัดหายไป

“พ่อโยนเชือกมาให้ ฉันรีบลุยน้ำไปผูกรถมอเตอร์ไซค์ แล้วส่งเชือกกลับมาให้พ่อ ก่อนจะรีบขึ้นไปอยู่ชั้นสองของบ้าน”

เบื้องหลังความรุนแรงของอุทกภัยครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวป้องกันน้ำที่ได้รับความเสียหาย ทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลเปลี่ยนทิศทางและไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนโดยตรง จนบ้านเรือนจำนวนมากไม่สามารถรับมือได้ทัน

แม้เวลาจะผ่านไปหลายวัน แต่ร่องรอยความเสียหายยังคงปรากฏให้เห็นทั่วหมู่บ้าน ดินโคลนจำนวนมหาศาลยังคงทับถมอยู่ตามถนนและบ้านเรือน

“บริเวณที่เห็นตอนนี้เป็นแค่ส่วนหน้าหมู่บ้านที่ได้รับการเคลียร์แล้วค่ะ ข้างในยังหนักกว่านี้มาก โคลนยังทับถมอยู่หลายจุด”

ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนกว่า 33 หลังคาเรือน หลายครอบครัวไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้ตามปกติ บ้านสองชั้นต้องย้ายไปอาศัยบนชั้นบน ส่วนบ้านชั้นเดียวต้องอพยพไปพักพิงที่วัด และบ้านญาติ

นอกจากความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยแล้ว ชาวบ้านยังต้องเผชิญกับการขาดแคลนไฟฟ้า น้ำประปา และการสื่อสารเป็นเวลาหลายวัน ทำให้การช่วยเหลือและการดำเนินชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้น

สำหรับครูแนน ในฐานะครูคนหนึ่ง สิ่งที่เธอเป็นห่วงไม่แพ้บ้านเรือนที่เสียหาย คือเด็ก ๆ และกลุ่มเปราะบางในชุมชน
เด็กนักเรียนอย่างน้อย 6 คนได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่ทุกครัวเรือนต่างเผชิญความสูญเสียไม่ต่างกัน

ภายในหมู่บ้านยังมีผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางการมองเห็น และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้การอพยพและการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก

“ทหารพรานเข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่เช้ามืด แต่ต้องช่วยกลุ่มเปราะบางก่อน เพราะในหมู่บ้านมีผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการหลายราย”

เมื่อระดับน้ำลดลง ปัญหาใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น ชาวบ้านต้องเผชิญกับการขาดแคลนน้ำสะอาด เนื่องจากระบบประปาและบ่อบาดาลที่เป็นแหล่งน้ำหลักถูกดินโคลนปิดทับจนไม่สามารถใช้งานได้

ปัจจุบันหลายครัวเรือนต้องต่อคิวใช้น้ำจากลำเหมืองผ่านเครื่องสูบน้ำ เพื่อนำมาล้างโคลนที่เกาะติดอยู่ทั่วบ้าน

“ชาวบ้านทุกหลังใช้ระบบน้ำบาดาล แต่ตอนนี้ใช้งานไม่ได้เลย เราอยากให้มีการฟื้นฟูบ่อน้ำหรือขุดเจาะแหล่งน้ำใหม่ เพื่อให้ทุกคนกลับมามีน้ำใช้ได้ตามปกติ”

นอกจากน้ำสะอาดแล้ว เครื่องนุ่งห่มและของใช้ส่วนตัวยังเป็นอีกหนึ่งความต้องการเร่งด่วน หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านอย่างกะทันหัน โดยแทบไม่สามารถนำทรัพย์สินหรือเสื้อผ้าติดตัวออกมาได้

“หลายคนเหลือเสื้อผ้าแค่ชุดเดียว ต้องซักแล้วใส่ซ้ำทุกวัน”

แม้จะต้องเผชิญกับความเสียหายและความยากลำบากรอบด้าน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงปรากฏชัดในชุมชนแห่งนี้ คือพลังใจและความหวังที่จะลุกขึ้นฟื้นฟูบ้านเรือนและชีวิตของตนเองอีกครั้ง

สำหรับครูแนน ความช่วยเหลือที่สำคัญที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่เพียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ แต่คือการสนับสนุนที่ช่วยให้ชุมชนสามารถกลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเอง

“หากมีน้ำสะอาดใช้และมีสิ่งของจำเป็นเพียงพอ ชาวบ้านก็จะเริ่มฟื้นฟูบ้านเรือน และกลับมาตั้งหลักได้เร็วขึ้น”

ท่ามกลางร่องรอยความเสียหายจากสายน้ำ ความหวังยังคงอยู่ในหัวใจของผู้คนที่นี่ และทุกแรงสนับสนุนในวันนี้ คือพลังสำคัญที่จะช่วยให้ชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน ก้าวผ่านวิกฤตครั้งใหญ่และเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป้ายกำกับ
Climate Change CSR Migrant SDG กลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาสถานศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคล การพัฒนาเยาวชน การมีส่วนร่วมของเด็ก ครอบครัวสุขสันต์ ครอบครัวอยู่ดีมีสุข ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืน ความยุติธรรมในสังคม (Social Justice) ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรุนแรงต่อเด็ก ความเชื่อและการพัฒนา งานรณรงค์เพื่อเด็ก จิตอาสา ทักษะชีวิตเยาวชน ทักษะอาชีพเยาวชน นโยบายการพัฒนาเด็ก น้ำเพื่อชีวิต บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน บริจาคทุนการศึกษา บริจาคเงิน ปกป้องคุ้มครองเด็ก ประชากรข้ามชาติ ผู้นำเยาวชน พัฒนาการศึกษา พัฒนาชุมชน ภัยพิบัติ ยุติวัณโรค/End TB ยุติเอดส์/Stop AIDS สังคมแห่งการแบ่งปัน สิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ส่งน้องจบ ป-ตรี อดีตเด็กในความอุปการะ เด็กยากไร้ เด็กไร้รัฐ เสียงเด็กและเยาวชน แรงงานข้ามชาติ/ประชากรข้ามชาติ แรงงานต่างชาติ

ข่าวอื่นๆ

0